รายได้หรือยอดขาย
การเติบโตของยอดขายในอดีต คือ ควรเติบโตอย่างสูงหรือสูงพอสมควรและสม่ำเสมอถึงจะดี
มีปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลกระทบต่อยอดขาย คือ พฤติกรรมผู้บริโภค ตัวแปรอื่นๆ ซึ่งจะส่งผลทั้งด้านดีและด้านลบ เพื่อประเมินธุรกิจในอนาคตได้
แนวโน้มการเติบโตของยอดขายในอนาคต คือ ดูจากแผนงานของผู้บริหาร และปัจจัยอื่นๆข้างต้นโดยสามารถสังเกตได้จาก เกณการเติบโต 15-20%
อัตราการเติบโตของยอดขายเทียบกับอุตสาหกรรม คือ นำการเติบโตมาเทียบกับอุตสาหกรรม หรือคู่แข่งโดยควรสูงกว่าค่าเฉลี่ยโดยรวม
ความสามารถในการทำกำไร
อัตรากำไรจากการดำเนินงาน คือ ให้ดูที่งบการเงินงวดต่างๆ จาก “กำไรก่อนดอกเบี้ยภาษี” ในส่วนนี้จะบอกถึงความสามารถในการควบคุมการจัดการต้นทุนในแง่การผลิต จะต้องมีค่าสูงพอสมควรแล้วลองนำไปเทียบกับยอดขายว่าสูงเพียงพอหรือไม่อย่างไร
อัตรากำไรสุทธิ คือ ควรมีกำไรสุทธิที่มีมากเพียงพอ และควรจะคงที่หรือเพิ่มขึ้นทุกไตรมาตร หรือทุกปี
อัตราการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิเทียบกับยอดขาย คือ บอกถึงประสิทธิภาพการลงทุนที่ดี โดยอย่างน้อย ยอดขายเพิ่ม 10 กำไร ควรเท่ากันหรือมากกว่า(ยิ่งดี)
Dilution Effect ที่มีต่อกำไรต่อหุ้น คือ (เน้น) ปัจจัยการลดทอนราคาหุ้นโดยตรง เช่นการออก warrant มากไม่ดี , การเพิ่มทุน มากไม่ดี ส่วนมากจะมาจากแผนขยายงาน ลงทุนเพิ่ม, การจัดสรรหุ้นให้พนักงาน (ESOP) ราคาถูก และมากไม่ดี
การจัดการด้านการเงิน
การบริหารสภาพคล่องของธุรกิจ คือ ดูที่รายการในงบดุลโดยควรมีสินทรัพย์หมุนเวียน มากกว่า หนี้สินหมุนเวียน มากพอสมควรอย่างน้อยๆเมื่อเทียบกันแล้วมากกว่าหลาย 10% และควรมีเงินสดอยู่ในบัญชีที่มากพอสมควร ไม่ควรมาก(ไม่ได้นำไปลงทุนเพิ่ม)หรือน้อยเงินไป(สภาพคล่องน้อยเกินไป) และหากยอดขายสูงขึ้นเงินสดควรสูงขึ้นด้วยในระดับเดียวกัน
ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด คือ หลังจากการทำกำไรสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้มากหรือไม่ โดยควรมีค่าเป็นบวก และเพิ่มขึ้นทุกปี (หากเป็นลบไม่ดี)
การจัดหาเงินทุนสอดคล้องกับการลงทุนในสินทรัพย์หรือไม่ คือ เป็นการมองถึงความระมัดระวังของการจัดหาเงิน ให้ดูที่งบดุล ว่าบริษัทมี หนี้สินไม่หมุนเวียน รวมกับส่วนของผู้ถือหุ้น แล้วต้องมากกว่า สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
สัดส่วนการกู้หนี้ยืมสิน คือ กิจการที่มีหนี้มากก็จะมีความเสี่ยงมาก
นโยบานการจ่ายเงินปันผล คือ การจัดสรรกำไรให้นักลงทุน ประเด็นแรก มีการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ ประเด็นที่สอง การปันผลต้องไม่กระทบต่อการลงทุนและสภาพคล่องและไม่กู้เงินมาจ่ายปันผล
อัตราส่วนราคาต่อกำไร
Historical & Prospective คือ เปรียบเทียบค่า PE ปัจจุบัน กับ อนาคตโดยอนาคตควรน้อยกว่าค่าปัจจุบัน
PE Ratio ต่ำกว่า 10 เท่าอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย
PE Ratio หากต่ำกว่า 5 เท่าบ่งบอกถึงแนวโน้มของธุรกิจที่ไม่สดใส การทำกำไรไม่ชัดเจน
PE Ratio ระดับ 15-20 เท่าเป็นเขตอันตราย
กิจการที่มีอัตราการเติบโตของกำไรสูงมักที่ค่า PE Ratio สูงกว่าระดับค่าเฉลี่ย
No comments:
Post a Comment